posted Jan 24, 2012 1:54 AM by Sarawut Khiawmeesuan
posted Jan 17, 2012 7:19 PM by Sarawut Khiawmeesuan
[
updated Jan 24, 2012 1:53 AM
]
Wat Pah Nanachat
วัดป่านานาชาติ
The International Forest Monastery
Tambon Bung Wai, Ampher Warin Chamrab, Ubon Rachathani 34310, Thailand
ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๓๑๐
To: Mr Suradhaj Bunnag and members of the M.L. Maniratana Bunnag Dhamma Society Fund under Patronage of His Holiness the Supreme Patriarch of Thailand
Re: Wat Pah Nanachat and the Pāḷi Canon in Roman Script
The Saṁgha of Wat Pah Nanachat together with the international community of monastics associated with Wat Nong Pah Pong wish to express our anumodanā for the the World Tipiṭaka edition of the Pāḷi Canon.
The monks and novices in this monastery, although from all parts of the globe, are wholeheartedly dedicated to living, practicing and studying the Buddha's teachings in the traditional way of the Thai Theravāda Saṁgha. And for reading and study it is natural for us to turn to a representation of the Buddha's teachings in Roman script. Most of the chanting books, reference texts for Dhamma and Vinaya studies used here, even the edition of the Pātimokkha, are printed in Roman script. Thus it is obviously a great joy for us to see the entire Pāḷi Canon being newly edited in this way. Moreover, we feel the printing of the Tipiṭaka in Roman script is of great benefit for the whole world, as we know full well that this will make the word of the Buddha more easily accessible to all those increasingly interested in the Buddhasāsana. The Canon presented in this way is indeed an object of universal cultural and religious heritage. The name 'World Tipiṭaka' is truly an apt one.
Several members of our monastery have been involved with the World Tipiṭaka Project right from its early stages, when Mr Suradhaj Bunnag, the Chancellor of the M.L. Maniratana Bunnag Dhamma Society Fund contacted us and consulted with our Saṁgha. We are therefore well aware of the importance of this project, the enormous amount of precise scholarly work that has gone into it, and the huge efforts to print and distribute these volumes.
This edition represents the text edited and agreed upon by an assembly of outstanding Buddhist monks from all over the world that gathered at the Great International Buddhist Council in Yangon, Myanmar in the years 1954-1956. In spite of this concerted effort resulting in an approved, unified canon accepted by all native Theravāda countries, it has still not yet been distributed in print in an accessible form for the wider Buddhist world. Up to now, it has been mainly western scholars from secular institutions in non-Buddhist countries that have compiled various Pāḷi texts from different sources into what is understood to be the Canonical Buddhist Scriptures. Now the international community of Pāḷi scholars has been given a single unified edition of the Buddha's words that is endorsed by the most learned Buddhist monks of our present era.
The monks here are training in the Forest Tradition, which primarily emphasizes meditation, and are perhaps not necessarily equipped with the scholarly education to make full use of this wonderful resource. However, we will surely derive great benefit from it, and would like to take the opportunity to give our blessings to this gift of true Dhamma now being offered not only to us, but also to significant places and institutions in many countries.
The Saṁgha of Wat Pah Nanachat would like to express our great joy and appreciation for such an accomplishment. May this Tipiṭaka contribute to leading countless beings onwards in their practice of the Buddhist teachings, granting them peace and relief from the suffering in their hearts, and ultimately final liberation.
Sādhu anumodanā.
Kevalī Bhikkhu (พระอธิการเฮ็นนิ่งเกวลี)
Abbot of Wat Pah Nanachat, 6th January 2012
The following page contains signatures of leading members of our international community.
คำแปลภาษาไทยจากภาษาอังกฤษ
เจริญพร นายกกองทุนสนทนาธัมม์นำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล. มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมาชิก
เรื่อง วัดป่านานาชาติกับพระไตรปิฎกปาฬิ อักษรโรมัน
คณะสงฆ์วัดป่านานาชาติ พร้อมด้วยชุมชนวัดป่านานาชาติ ซึ่งสัมพันธ์กับวัดหนองป่าพง ปรารถนาที่จะแสดงอนุโมทนาการของคณะเราต่อการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับสากล
คณะสงฆ์และสามเณรในพระอารามแห่งนี้ ถึงแม้ว่ามาจากส่วนต่างๆ ของโลก ต่างก็ทุ่มเทจิตใจอุทิศให้กับการดำเนินชีวิต การปฏิบัติ และการศึกษาคำทรงสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวิถีทางดั้งเดิมของพระสงฆ์เถรวาทไทย ในการอ่านและศึกษานั้น ย่อมเป็นธรรมดาสำหรับคณะเรา ที่จะใช้สิ่งแทนคำทรงสอน ที่เขียนด้วยอักษรโรมัน หนังสือสวดมนต์ส่วนใหญ่ และหนังสืออ้างอิงต่างๆ สำหรับการศึกษาพระธัมม์และพระวินัยที่ใช้กันที่นี่ รวมทั้งการพิมพ์พระปาติโมกข์ ก็พิมพ์ด้วยอักษรโรมันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่น่าปีติยินดีอย่างยิ่งสำหรับคณะเรา ที่ได้เห็นพระไตรปิฎกปาฬิทั้งชุดซึ่งได้จัดสร้างขึ้นใหม่ด้วยอักษรโรมัน นอกจากนั้น คณะเรายังรู้สึกว่า การจัดพิมพ์พระไตรปิฎกอักษรโรมันนี้ มีคุณค่าอย่างใหญ่หลวงสำหรับโลกด้วย เพราะเราตระหนักเป็นอย่างดีว่า วิถีทางนี้จะทำให้พระพุทธพจน์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนาที่กำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พระไตรปิฎกที่ได้นำเสนอด้วยอักษรโรมันนี้ และแน่นอนที่สุด เป็นรูปธรรมสากลที่เป็นอารยธรรมทั้งด้านวัฒนธรรมและศาสนา การขนานนามว่า “พระไตรปิฎกสากล” จึงมีความเหมาะสมอย่างแท้จริง
สมาชิกของวัดป่าแห่งนี้ ได้เกี่ยวข้องกับโครงการพระไตรปิฎกสากลตั้งแต่ช่วงแรกของการดำเนินงาน เมื่อคุณสุรธัช บุนนาค, นายกกองทุนสนทนาธัมม์นำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล. มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ ได้ติดต่อและปรึกษากับคณะสงฆ์ของเรา ดังนั้นคณะของเราจึงตระหนักเป็นอย่างดีถึงความสำคัญของโครงการนี้ และเนื้อหาอันแม่นตรงทางวิชาการจำนวนมหาศาลที่ได้ทุ่มเทกระทำไป พร้อมทั้งความพากเพียรพยายามอันมากมายในการจัดพิมพ์ และเผยแผ่พระคัมภีร์ชุดนี้
การจัดพิมพ์ครั้งนี้ เป็นการนำต้นฉบับที่ได้ตรวจสอบ และได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะสงฆ์ที่เป็นเลิศจากทั่วโลก ผู้ซึ่งได้มาร่วมในการประชุมมหาสังคายนานานาชาติในพระพุทธศาสนา ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ระหว่างปี พ.ศ. 2498-2499 (1954-1956) และแม้ว่าได้มีความร่วมมือร่วมใจกันยอมรับพระไตรปิฎกฉบับที่เป็นหนึ่งเดียวกันนี้ของประชาชนในประเทศเถรวาทต่างๆ ทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังมิได้เผยแผ่การพิมพ์ในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงอย่างกว้างขวางแก่ชาวพุทธในประเทศต่างๆ ในโลก จนถึงปัจจุบันนี้ มีเพียงนักวิชาการชาวตะวันตกในสถาบันทางโลกที่มิใช่ในประเทศพุทธศาสนา ที่ได้นำคัมภีร์ปาฬิจากแหล่งต่างๆ มารวมกันโดยเข้าใจกันเองว่าเป็นคัมภีร์พระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนา แต่บัดนี้นักวิชาการด้านปาฬิภาสาทั้งหลายในประชาคมนานาชาติได้รับมอบพระพุทธพจน์ในการพิมพ์ที่เป็นเอกภาพและเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งได้รับการรับรองโดยคณะสงฆ์ผู้ทรงความรู้แตกฉานที่สุดในยุคปัจจุบัน
คณะสงฆ์วัดป่านานาชาตินี้เป็นผู้ที่ฝึกฝนในฝ่ายอารัญวาสี ซึ่งเน้นเฉพาะการปฏิบัติภาวนาเท่านั้น และมิอาจได้รับการศึกษาทางวิชาการให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเสมอไปในการที่จะใช้ผลงานอันเยี่ยมยอดนี้ แม้กระนั้นคณะของเราก็ยังจะได้รับประโยชน์อันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนจากพระไตรปิฎกชุดนี้ และขอถือโอกาสนี้อนุโมทนาสาธุการกับพระธัมมทานที่แท้จริงนี้ ซึ่งกำลังจะอัญเชิญมาถวาย มิเพียงเฉพาะแด่คณะสงฆ์แห่งนี้เท่านั้น แต่กับสถานที่ และสถาบันสำคัญยิ่งต่างๆ ในนานาประเทศ ด้วย
คณะสงฆ์แห่งวัดป่านานาชาติ ขอแสดงความปีติโสมนัส และชื่นชมยินดีในความสำเร็จนี้ ขอให้พระไตรปิฎกนำบุคคลจำนวนอันประมาณมิได้ไปสู่การปฏิบัติตามคำทรงสอนในพระพุทธศาสนาในภายภาคหน้า พร้อมทั้งนำไปสู่สันติสุข และบรรเทาทุกข์ในจิตใจทั้งหลาย พร้อมทั้งได้นำไปสู่ความหลุดพ้นในที่สุด เทอญ
ขออนุโมทนาสาธุการ
พระอธิการเฮ็นนิ่ง เกวลี
เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ, 6 มกราคม พ.ศ. 2555 (2012)
หน้าต่อไปเป็นการลงนามของสมาชิกผู้นำในเครือข่ายนานาชาติของคณะสงฆ์

|
posted Jul 17, 2011 4:04 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Jan 11, 2012 8:37 PM by Sarawut Khiawmeesuan
]
พัฒนาการเทคโนโลยี 2554
วิธีอ่านเสียงสังวัธยายปาฬิ
ตามอักขรวิธีในพระไตรปิฏกปาฬิ จุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช อักษรสยาม พ.ศ. 2436
ในภาพคือ สระเดี่ยว ซึ่งเสียงอยู่ในตำแหน่งระหว่างสระ 2 เสียง ซึ่งมีฐานเสียงที่ต่างกัน
|
posted Mar 31, 2011 4:26 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Mar 31, 2011 4:27 AM
]
posted Mar 15, 2011 2:27 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Mar 15, 2011 3:54 AM
]
posted Mar 2, 2011 5:34 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Mar 30, 2011 8:15 AM
]
posted Feb 15, 2011 12:44 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Jan 11, 2012 11:57 PM by Sarawut Khiawmeesuan
]
พระไตรปิฎก คือ พระบรมศาสดาในปัจจุบันสมัย
กองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ร่วมกับผู้อุปถัมภ์พระไตรปิฎก
และประชาชน ทำการอัญเชิญพระไตรปิฎกปาฬิ "จุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช
อักษรสยาม พ.ศ. 2436 : ฉบับอนุรักษ์ดิจิทัล พ.ศ. 2553" ชุด 40 เล่ม
(รวมเล่มประมวลเนื้อหา เล่มที่ 40) ถวายเป็นพุทธบูชา ธัมมบูชา และสังฆบูชา
มอบแก่ "มูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" โดยประดิษฐานพระไตรปิฎก จปร.
ชุดนี้ ณ วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ในวันมาฆบูชา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.
2554
พระไตรปิฎก จปร. ชุดนี้ กองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ
ได้ใช้เวลาอนุรักษ์ถ่ายภาพทั้งสิ้นประมาณ 15,000 หน้า
สร้างฐานข้อมูลอ้างอิงกับฉบับต่างๆ และจัดพิมพ์ด้วยระบบสื่อผสมเทคโนโลยี
เป็นเวลากว่า 10 ปี
โดยได้น้อมถวายเป็นชุดแรกในประเทศไทยแด่่สมเด็จพระสังฆราช
องค์อุปถัมภ์โครงการพระไตรปิฎก สากล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เมื่อทรงเจริญพระชนม์ 96 ปี พ.ศ. 2552 และในปี พ.ศ. 2554 นี้
ได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดป่าบ้านตาด
เป็นครั้งแรกในฐานะสถาบันหลักฝ่ายสงฆ์อรัญวาสี
King of Siam Tipiṭaka, Bangkok Era 112 (1893)
Wat Pa Ban Tad Forest Monastery in Udon Thani,
18 February B.E. 2554 (2011)
for more image information of the World Tipiṭaka Project
ในอดีต เมื่อ 112 ปี กว่ามาแล้ว กรุงสยามได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎก ปาฬิภาสา
(หรือที่เคยเรียกกันว่า ภาษาบาลี) เป็นชุดๆ แรกของโลก
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ากรุงสยาม
ได้ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าโปรดให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นชุดหนังสือ
โดยเปลี่ยนจากการบันทึกปาฬิภาสาด้วยอักษรขอมโบราณ เป็นอักษรสยามที่ทันสมัย
และเปลี่ยนการใช่้ใบลานเป็นกระดาษ
และตีพิมพ์เป็นหนังสือขึ้นให้สำเร็จเป็นชุด 39 เล่ม ในปี ร.ศ. 112 หรือ
พ.ศ. 2436 เรียกว่า พระไตรปิฎกปาฬิภาสา อักษรสยาม
แม้ว่า เมื่อจัดพิมพ์สำเร็จในปี พ.ศ. 2436
ซึ่งเป็นปีที่กรุงสยามต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ร้ายแรงจากประเทศมหาอำนาจ
ตะวันตกที่ต้องการยึดทวีปเอเซียอาคเนย์เป็นเมืองขึ้น แต่เป็นที่อัศจรรย์ว่า
ภายหลังการจัดพิมพ์พระไตรปิฎก จปร. ในปี พ.ศ. 2436
กรุงสยามสามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้
ต่อมายังได้โปรดให้พระราชทานพระไตรปิฎก ชุดนี้ไปยังสถาบันสำคัญในนานาประเทศ
260 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก
นับเป็นการเผยแผ่พระไตรปิฎกเถรวาทที่สำคัญที่สุดอีกวาระหนึ่งในประวัติ
ศาสตร์
ตามที่พระเจ้าอโศกบรมธัมมิกมหาราชแห่งชมพูทวีปได้ทรงเริ่มเผยแผ่พระพุทธ
ศาสนาในราวพุทธศตวรรษที่ 3
ปัจจุบันชาวพุทธและนักวิชาการทั่ว
โลกได้เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกปาฬิ ชุดนี้
ซึ่งถือเป็นการจัดพิมพ์พระไตรปิฎก "ปาฬิ" เป็นชุดหนังสือชุดแรกของโลก
ที่สำคัญคือเป็นการแสดงอักขระการเขียนเสียงปาฬิภาสาด้วยอักษรสยามที่สมบูรณ์
เป็นเลิศด้วย
กล่าวคือ เป็นการนำเสนอการเขียนเสียงปาฬิ ด้วยระบบอักษรที่ก้าวล้ำนำยุค
ถึงขั้น "สัททอักษร" (phonetic alphabet) ด้วย เช่น มีการเทียบอักษรสยาม
(Siam script) กับ อักษรโรมัน (Siam script), มีการประดิษฐเครื่องหมายต่างๆ
: แสดงเสียงสะกด (วัชฌการ); เสียงควบกลำ้ (ยามักการ); และเสียงนิคหิต
(พินทุโปร่ง)
ซึ่งเป็นระบบการเขียนเสียงที่ใช้ในทางวิชาการสัททศาสตร์ปัจจุบัน
และเป็นการสร้างระบบสัททอักษรปาฬิ
ก่อนสมาคมสัททศาสตร์สากลในทวีปยุโรปจะได้ประดิษฐ์ "สัททอักษรสากล"
สำหรับใช้เขียนเสียงปาฬิภาสาด้วยอักษรโรมันเสียอีกด้วย
การอนุรักษ์เสียงปาฬิภาสา ในพระไตรปิฎกปาฬิ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติเป็นสิกขาบท ในพระวินัยปิฎก ว่า
"การออกเสียงอักขระที่ผิดพลาด เป็นอาบัติ"
อันเป็นการทำให้สังฆกัมม์เป็นโมฆะ
ด้วยเหตุนี้สงฆ์ที่บริสุทธ์ิจึงขึ้นอยู่กับหลักการออกเสียงปาฬิ หรือ
ที่เรียกว่า "การสังวัธยายปาฬิ" ให้ถูกต้องตามหลักที่กำเนิดของเสียง
(ฐาน-กรณ อ่านว่า ฐานะ-กะระณะ) ด้วย
เป็นที่ทราบกันดีว่า สงฆ์วัดป่าไทย หรือที่รู้จักกันดีว่า Thai Forest
Monastery เป็นสถาบันตัวอย่างในการปฏิบัติของชาวโลกในปัจจุบัน
องค์กรสงฆ์นานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในทวีปตะวันตก
ก็เกิดขึ้นเพราะศรัทธาในการปฏิบัติที่เคร่งครัดของวัดป่าไทย
และที่สำคัญก็คือ
ได้ศึกษาเรียนรู้การสังวัธยายปาฬิภาสาที่ถูกต้องตามหลักการจากวัดป่าไทยเป็น
หลัก เห็นได้จากการสวดทรงจำพระปาฏิโมกข์ของสงฆ์นานาชาติ
ก็ล้วนฝึกหัดมาจากวัดป่าไทยเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ ผู้มีจิตศรัทธาอุปถัมภ์พระไตรปิฎก
นำโดยกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ ผู้จัดพิมพ์พระไตรปิฎก
จึงได้ร่วมกับประชาชนชาววัดป่าบ้านตาด อัญเชิญพระไตรปิฎก จปร. อักษรสยาม
มาประดิษฐาน ณ สถาบันสำคัญของวัดป่าไทย
เพื่อเป็นทั้งสัญญลักษณ์ของกุสลเจตนาอันเลิศในพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
ผู้ที่มีคุณูประการต่อสถาบันพระศาสนา สถาบันชาติ
และสถาบันพระมหากษัติริย์พุทธมามกะ
อีกทั้งยังเป็นหลักอ้างอิงที่สำคัญยิ่งของ "ปาฬิภาสา"
--เสียงพระธัมม์อันศักดิ์สัทธิ์-- ที่ได้สืบทอดมาตั้งแต่พุทธกาล
และได้มีการสวดทรงจำ และอนุรักษ์สืบทอดมาใน "ภิกขุปาฏิโมกข์ปาฬิ"
ของคณะสงฆ์ทั่วโลกเป็นเวลากว่า 2500 ปี ตราบเท่าจนถึงทุกวันนี้
การ ประดิษฐานพระไตรปิฎก จปร. อักษรสยาม ณ วัดป่าบ้านตาด
จะเป็นสัญญลักษณ์ของพระบรมศาสดาในปัจจุบันสมัย
ตามปฏิปทาของพระอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติศาสนา สมดังที่พระบรมศาสดาได้ทรงกล่าวไว้
และมีบันทึกในพระไตรปิฎก ว่า
"...พระธัมม์ และ พระวินัย จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย เมื่อตถาคตล่วงลับไป"
มาฆบูชา พ.ศ. 2554
|
posted Jan 5, 2011 9:35 PM by Orawan Pumsombat
[
updated Jan 6, 2011 7:41 AM
]
Writing System of Phonetic Alphabet Pāḷi
การเขียนคำอ่าน ด้วยสัททอักษรปาฬิ ปาฬิภาสา (Pāḷi bhāsā) หรือ ภาษาพระธัมม์ (Dhamma language) เป็นภาษาที่บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกปาฬิ
แม้ปาฬิมีกำเนิดจากภาษาถิ่นในอินเดียโบราณ
แต่ความเป็นภาษาพระธัมม์เกิดจากนิยามที่กำหนดขึ้นใหม่เกี่ยวกับสภาวะความเป็นจริงในธรรมขาติ
คำศัพท์ในปาฬิภาสาจึงเป็น
วิชชมานบัญญัติ (บัญญัติที่มีสภาวธัมม์)
ด้วยเหตุนี้การอนุรักษ์ปาฬิภาสาด้วยการออกเสียงสวดและอ่านสังวัธยายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะการแปลย่อมทำให้ความหมายเดิมเปลี่ยนไปจากวิชชมานบัญญัติ ดังนั้นการออกเสียงปาฬิและอักขรวิธีบันทึกเสียงปาฬิจึงมีความสำคัญยิ่ง
เมื่อพระไตรปิฎกปาฬิในพระพุทธศาสนาเถรวาทมีการเผยแผ่ไปทั่วโลก ปาฬิภาสาก็แพร่หลายไปในนานาประเทศด้วย และเนื่องจากปาฬิเป็นภาษาที่ไม่แยกความหมายของคำตามเสียงวรรณยุกต์หรือเสียงสูงต่ำและมีเสียงสระเดี่ยวทั้งหมด
ไม่มีเสียงสระผสม
จึงเป็นการง่ายที่จะใข้อักษรของชาติต่างๆ
เขียนปาฬิ เช่น ปาฬิภาสาอักษรสิงหล (Pāḷi bhāsā in Sinhala script);
ปาฬิภาสาอักษรมอญ (Pāḷi bhāsā in Mon script); ปาฬิภาษาอักษรพม่า
(Pāḷi bhāsā in Burmese script); ปาฬิภาสาอักษรขอม (Pāḷi bhāsā in Khmer script); ปาฬิภาสาอักษรสยาม
(Pāḷi bhāsā in Siam script); ปาฬิภาสาอักษรไทย
(Pāḷi bhāsā in Thai script); และปาฬิภาสาอักษรโรมัน
(Pāḷi bhāsā in Roman script) เป็นต้น
เนื่องจากอักษรโรมัน
(Roman Alphabet) เป็นอักษรที่มีความเป็นสากลนานาชาติ
พระไตรปิฎกปาฬิอักษรโรมัน (Pāḷi Tipiṭaka in Roman script) จึงแพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบัน
เพราะอักษรโรมันเป็นอักษรที่ชาวโลกคุ้นเคยและสามารถฝึกออกเสียงได้ง่าย
การถอดอักษรของชาติหนึ่งไปเป็นอักษรของอีกชาติหนึ่ง โดยรักษาเสียงเดิมในภาษานั้นไว้
เรียกว่า การปริวรรตอักษร
(transliteration) เช่น
ในสมัยรัชกาลที่ 5
เมื่อมีการพิมพ์พระไตรปิฎกปาฬิเป็นอักษรสยามเป็นครั้งแรก ก็ได้มีการปริวรรตอักษรสยามเป็นอักษรโรมันที่ใช้เขียนปาฬิภาสาเทียบไว้ด้วย
เช่น พ ที่ในสมัย ร. 5
แสดงเสียงพยัญชนะตัวสะกดด้วยการพิมพ์เครื่องหมายวัญฌการ
( ์ ) เพื่อแสดงว่าไม่ออกเสียง สระ-อะ กำกับไว้บนพยัญชนะเป็น
พ์ ซึ่งถือว่าแทนหน่วยเสียงในปัจจุบันว่า
/พ/
และก็ได้เทียบกับอักษรโรมันเป็น
b
(ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายวัญฌการกำกับให้อ่านพยัญชนะมีเสียง สระ-อะ เช่น จ แทนเสียง จ+ะ
เป็นต้น)
ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาวิธีเขียนคำอ่านปาฬิเป็น สัททอักษรสากล (International
Phonetic Alphabet) หรือเรียกว่า
การถ่ายทอดเสียง (transcription)
เช่น ปาฬิภาสาที่ใช้อักษรโรมัน
b และเขียนสัททอักษรสากล เป็น
[b] เทียบกับอักษรสยามปาฬิ
พ์ เป็นต้น
เหตุที่ในสมัย ร. 5 ต้อง
เทียบอักษรสยามกับอักษรโรมันก็เพราะว่า อักษรโรมันเป็นอักษรที่เก่าแก่ที่สุดอักษรหนึ่งของโลก
ชาวโลกคุ้นเคยกับเสียงใน
อักษรโรมันดีกว่าอักษรขอม
ที่สยามเคยใช้บันทึกพระไตรปิฎกมาก่อน
นอกจากนั้นในภาษาไทยอักษร
พ คนไทยสมัย ร. 5
คุ้นกับการออกเสียงเป็นไทย
เช่น คำว่า “พุทธะ” ซึ่งเป็นเสียง
พ [ph] ดังนั้นจึงต้องกำกับอักษรโรมันที่สามารถ
อ้างอิงเป็นมาตรฐานได้
เรื่องนี้เป็นปัญหาหนึ่งในปัจจุบันที่ทำให้ชาวไทยไม่สามารถอ่านคำปาฬิในบทสวดมนต์ให้เสียงตรงกับพระไตรปิฎกปาฬิเหมือนชาวโลกทั้งหลายได้
แม้ในปัจจุบันจะได้มีการศึกษาวิจัยแล้วว่าในสมัยสุโขทัยก็ออกเสียง
พ เป็น [บ] ด้วย
แต่เนื่องจากมิได้มีการศึกษาเรื่องนี้ในบริบทของปาฬิภาสา
ทำให้เป็นการยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม
การออกเสียงของชาวไทยในปัจจุบัน
แต่อาศัยความรู้เบื้องต้นทางสัททศาสตร์ (Phonology) ก็อาจสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยง่าย
บทความนี้ได้วิเคราะห์การพิมพ์ปาฬิอักษรสยาม
ในพระไตรปิฎกปาฬิสมัย ร.5 ว่า เป็นการนำเสนอในลักษณะสัททอักษร (phonetic alphabet)
เนื่องจากแสดงการพิมพ์พยัญชนะอักษรสยามโดยใช้สัญลักษณ์วัญฌการกำกับไว้บนพยัญชนะ
ดังกล่าวเพื่อแสดงว่าเมื่อเป็นเสียงพยัญชนะตัวสะกด
และไม่ออกเสียง สระ-อะ
จึงเรียกว่า สัททอักษรสยามปาฬิ
(Siam Phonetic Alphabet Pāḷi) นอกจากนั้นเมื่อทำตารางเสียงพยัญชนะปาฬิแสดงตำแหน่งฐานที่เกิดเสียง
พร้อมทั้งลักษณะการออกเสียงโดยอาศัยหลัก
สัททนีติ (Sattanīti) ของตะวันออกเทียบกับหลักวิชาสัททศาสตร์ของตะวันตกแล้ว
ทำให้สามารถเลือกชุด
สัททอักษรสากลปาฬิ (International Phonetic Alphabet Pāḷi - IPA Pāḷi) ที่ปัจจุบันใช้เป็นคำอ่านพระไตรปิฎกปาฬิอักษรโรมันได้ด้วย
และจากหลักการ บทความนี้จึงได้พัฒนาแนวความคิดของการ พิมพ์คำอ่านปาฬิที่เรียกว่า
สัททอักษรสยามปาฬิ เป็น สัททอักษรไทยปาฬิ (Thai Phonetic Alphabet Pāḷi)
เพื่อใช้สำหรับเขียนคำอ่านปาฬิ
ภาสาที่เขียนด้วยอักษรไทย
ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเขียนคำอ่านในบทสวดมนต์จากพระไตรปิฎกปาฬิให้ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
ตามเสียงปาฬิภาสาที่ได้สืบทอดกันมานับพันปี
คำสำคัญ
: ปาฬิภาสา,
ภาษาพระธัมม์,
วิชชมานบัญญัติ,
ปริวรรต, ถ่ายถอด,
สัททนีติ, สัททศาสตร์,
สัททอักษร,
สัททอักษรสยามปาฬิ,
สัททอักษรสากลปาฬิ,
สัททอักษรไทยปาฬิ ดูรายละเอียดในรายงานเรื่อง "สัททอักษรไทยปาฬิ" โดย ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิจินตน์ ภาณุพงศ์ ที่เสนอแก่สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553 และบทความเรื่องเดียวกัน ที่จะจัดพิมพ์ในวารสารราชบัณฑิตยสถาน ในปี พ.ศ. 2554 see more.
Writing & Reading System of Pāḷi
Writing System of Pāḷi Language in Siam and Roman Scripts 1893 (การพิมพ์ ปาฬิภาสา ด้วยอักษรสยาม และอักษรโรมัน 2436) การเขียน - Writing
1. Siam Alphabet Pāḷi (อักษรสยามปาฬิ) Roman Alphabet Pāḷi (อักษรโรมันปาฬิ) Chulachomklao of Siam Tipiṭaka 1893 (พระไตรปิฎกปาฬิ จุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช 2436)  2. Roman Alphabet Pāḷi, (อักษรโรมันปาฬิ) The World Tipiṭaka Edition in Roman Script (พระไตรปิฎกสากล อักษรโรมัน 2553) Reading Stanzas in Phonetic Alphabets (การพิมพ์ คำอ่านปาฬิภาสา ด้วยสัททอักษรปาฬิ ประเภทต่างๆ)การอ่าน - Reading
3. Siam Phonetic Alphabet Pāḷi [ สัททอักษรสยามปาฬิ ]
4. Thai Phonetic Alphabet Pāḷi [ สัททอักษรไทยปาฬิ ] [ วันดามิ ธัมมัง อะหะมาดะเรนะ ตัง ] [ สังโฆ สุเขตตาภ ๎ยะติเขตตะสัญญิโต ] [ โย ดิฎฐะสันโต สุคะตานุโบธะโก ] 5. International Phonetic Alphabet Pāḷi [ สัททอักษรสากลปาฬิ ] see Pāḷi bhāsā pdf |
posted Dec 24, 2010 6:53 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Dec 24, 2010 7:46 AM
]
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานพรปีใหม่ 2554

ฉายเมื่อ พ.ศ. 2545
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพรปีใหม่ พุทธศักราช 2554
ให้แก่ประชาชนชาวไทย ความว่า
Dhammo suciṇṇo sukhamāvahati ธัมโม สุจิณโณ สุขะมาวะหะติ
ธัมม์ที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้โดยทั่วไปย่อมถือกันว่า
ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
เมื่อถึงคราวจำเป็นคนเราอาจสละทุกสิ่งทุกอย่างได้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิต
หากพิจารณาตามแนวของพระพุทธศาสนาก็เป็นจริงเช่นนั้น
พระพุทธศาสนาถือว่ารากฐานของชีวิต คือ ความดี
หากมีความดีไม่ถึงขั้นจะไม่ได้ความเป็นมนุษย์
ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า ความได้เป็นมนุษย์เป็นการยาก
เมื่อชีวิตมีค่า จึงควรที่เราจะต้องใช้ชีวิตให้สมค่าของชีวิต
คือการที่ได้มาเป็นมนุษย์ โดยการทำความดี คือการไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำความดีให้ถึงพร้อม การทำใจของตนให้สะอาดบริสุทธิ์
และการประกอบประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
ไม่ปล่อยชีวิตให้เป็นไปอย่างเปล่าประโยชน์ ประพฤติปฏิบัติแต่คุณงามความดี
ทั้งที่เป็นส่วนตนและผู้อื่น จึงได้ชื่อว่าสุชีวิต คือ ชีวิตที่ดีงาม
ขออนุโมทนาสาธุการต่อคุณงามความดีที่ทุกท่านได้กระทำแล้วในปีเก่า และ
ขออนุโมทนาสาธุการ ต่อคุณงามความดีที่ทุกท่านกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบัน
และในปีใหม่ พุทธศักราช 2554 ตลอดปี
ขอธัมม์คือคุณงามความดีที่ทุกท่านประพฤติแล้วจงนำสุขมาให้แก่ท่าน เทอญ
ขออำนวยพร
24 ธ.ค.2553
|
posted Nov 23, 2010 7:40 AM by Orawan Pumsombat
[
updated Nov 28, 2010 11:38 PM
]
Lord Buddha just before entering into Parinibbāna spoke of four major places of pilgrimage for his disciples to visit after his passing away.
Lord, formerly monks who had spent the Rains Retreat in various places used to come to see the Tathagata, and we used to welcome them so that such well-trained monks might see you and pay their respects. But with the
Lord`s passing, we shall no longer have a chance to do this.
Ānanda, there are four places the sight of which should arouse emotion in the faithful. Which are they? Here the Tathagata was born" is the first.Here the Tathagata attained supreme enlightenment is the second. Here the Tathagata set in motion the Wheel of Dhamma is the third.Here the Tathagata attained the Nibbāna-element without remainder is the fourth .
And, Ānanda, the faithful monks and nuns, male and female lay-followers will visit those places. And any who die while making the pilgrimage to these shrines with a devout heart will, at the breaking-up of the body after death, be reborn in a heavenly world..
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
(ย่อหน้าในฉบับสากล อักษรโรมัน 454)
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อก่อน พวกภิกขุผู้อยู่จำวัสสาในทิศทั้งหลายย่อมมาเพื่อเฝ้าพระตถาคต พวกข้าพระองค์ย่อมได้เห็น ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกขุเหล่านั้นผู้ให้เจริญใจ ก็โดยกาลล่วงไปแห่งพระผู้มีพระภาค พวกข้าพระองค์จักไม่ได้เห็น ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้ พวกภิกขุผู้ให้เจริญใจฯ
455. ดูกร, อานันทะ, สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธา สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เป็นไฉน คือ ๑. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ฯ ๒. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ฯ ๓. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตทรงยังอนุตตรธัมมจักรให้เป็นไปในที่นี้ฯ ๔. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ในที่นี้ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งนี้แล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีสัทธาฯ
456. ดูกร, อานันทะ, ภิกขุ ภิกขุนี อุบาสก อุบาสิกา จักมาด้วยความเชื่อว่าพระตถาคตประสูติในที่นี้ก็ดี พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ก็ดี พระตถาคตทรงยังอนุตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ก็ดี พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ก็ดี ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติในเทวโลกฯ |
|